การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้นน.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร 2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน 1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้น(อารียา ปานทอง 12590109)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร 2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้ 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท -การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมายเช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก 2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
2การควบคุมงาน (Controlling) การควบคุมงานเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม แผนและเป้าหมาย หรือข้อตกลงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ วัตถุประสงค์ของการควบคุมงาน ในการควบคุมงานนั้น มีวัตถุประสงค์สรุปได้ดังนี้1 เพื่อสร้างมาตรฐานของงานในองค์การ2 เพื่อสร้างมาตรฐานในการควบคุมดูแลรักษาและป้องกันทรัพย์สินขององค์การมิให้สูญหาย3 เพื่อรักษาและควบคุมคุณภาพของผลผลิตและหรือบริการให้ได้มาตรฐาน4 เพื่อให้มีการกำหนดขอบเขตของเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะเพื่อป้องกันความเสียหาย5 เพื่อวัดและตรวจสอบความก้าวหน้าของงานตามที่องค์การรับผิดชอบอยู่6 เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การประเภทของการควบคุมงาน การควบคุมงานแบ่งได้เป็น 4 ประเภทคือ 1 การควบคุมด้านปริมาณงาน (Quantity of Work)2 การควบคุมด้านคุณภาพงาน (Quanlity of Work)3 การควบคุมด้านเวลา (Time of Complete Work)4 การควบคุมด้านค่าใช้จ่าย (Cost of Work)หลักการในการควบคุมงาน1. การควบคุมจะต้องสะท้อน (Reflect)2. การควบคุมงานจะต้องรายงานการเบี่ยงเบน (Deviation)3. การควบคุมจะต้องเป็นการมองไปข้างหน้า (Foresight) 4. การควบคุมจะต้องสามารถชี้ระบุข้อบกพร่องได้อย่างชัดแจ้ง 5. การควบคุมจะต้องวัดและทดสอบได้ 6. การควบคุมจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่น (Flexibility) 7. การควบคุมจะต้องสะท้อนให้เห็นโครงสร้างขององค์การ (Organization structure or pattern)8. การควบคุมจะต้องเป็นไปในลักษณะประหยัด (Economical) 9. การควบคุมจะต้องเป็นที่เข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติ (Understandable) 10. การควบคุมจะต้องนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง (Correcataction) กระบวนการควบคุมงาน จะต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้1 การกำหนดเกณฑ์และมาตรฐานสำหรับการ2 มีการวัดหรือนับผลการปฏิบัติงานที่ดำเนินไป3 การเปรียบเทียบผลงานกับมาตรฐานที่กำหนดไว้ 4 การประเมินผลงาน ขั้นนี้เป็นการพิจารณาคุณค่าของผลงาน5 ปรับปรุงแก้ไขผลแตกต่างจากเกณฑ์และมาตรฐานให้ถูกต้องมาตรการในการควบคุม1 หน่วยงานราชการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม อาจใช้มาตรการในการควบคุมงาน2 องค์การรัฐวิสาหกิจ เช่น การใช้ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และองค์การ ร.ส.พ.3 หน่วยงานธุรกิจเอกชน เช่นบริษัท ห้างหุ้นส่วน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และร้านค้าเทคนิคและวิธีการควบคุมงาน เทคนิคและวิธีการควบคุมงานมีดังนี้1 การควบคุมงานโดยงบประมาณ (The budget as a control device)2 การควบคุมงานโดยใช้เทคนิค MBO (Management by Objective as a Control device)3 การควบคุมงานโดยใช้ห้องปฏิบัติการ (Operation room as a Control device)4 การควบคุมงานโดยกำหนดมาตรฐานงาน (Standardization as a Control device)5 การควบคุมงานโดยวิธีการตรวจเยี่ยม (Visiting as a Control device)6 การควบคุมงานโดยวิธีให้เสนอรายงาน (Reporting as a Control device)7 การควบคุมงานโดยใช้ PERTการประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluatiun)1 การใช้ระบบการเรียงลำดับผลงานด้วยคุณธรรม (Systematic Merit rating Procedures) 2 การใช้มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standards)3 ความเห็นของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา (Peer and Subordinateratings)4 การประเมินค่าโดยกลุ่มหรือคณะกรรมการ (Group or committee appraisal)(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก 2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร 2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ข้อที่ 2แนวทางการควบคุมภายในองค์กร1. สภาพแวดล้อม ในการควบคุม (control environment) การควบคุมภายในประเภทนี้ ถือเป็นพื้นฐานของการควบคุมภายในอื่น ๆ ในองค์กร การควบ คุมในขั้นนี้ เพื่อสร้างระเบียบวินัยด้านการควบคุมภายในให้แก่ทุกคนในองค์กร และการจัดให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการควบคุมภายใน ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างฐานการควบคุมภายในที่มั่นคง2. การประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ความเสี่ยง คือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอกหรือภายในองค์กรก็ได้ โดยเฉพาะในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลาของเศรษฐกิจ ตลาด กฎระเบียบ ทำให้ความเสี่ยงเกิดมีมากขึ้น ดังนั้น การที่องค์กรบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้มีการเตรียมการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทันท่วงที3. กิจกรรมการควบคุม (control activities) กิจกรรมการควบคุมช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า นโยบายและกระบวนการเกี่ยวกับการควบคุมภาย ใน ที่ผู้บริหารกำหนดขึ้นนั้น ได้มีการนำไปปฏิบัติตามภายในองค์กรอย่างทั่วถึง นอกจากนี้กิจกรรมการควบคุมยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าองค์กรมีกิจกรรมที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น กิจกรรมการควบคุมควรกำหนดให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ประเมินได้4. ข้อมูลและการสื่อสาร (information and communication) การควบคุมภายในที่ดีจะเกิดขึ้นได้ เมื่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้นได้มีการบ่งชี้ รวบรวมและชี้แจงให้แก่บุคคลที่ควรรับทราบ โดยผ่านทางรูปแบบและเวลาการสื่อสารที่เหมาะสม ข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อการทำธุรกิจนั้น อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ โดยแหล่งข้อมูลอาจมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร เช่น ข้อมูลทางเศรษฐกิจ สภาพตลาด เป็นต้น5. การติดตาม (monitoring) การควบคุมภายในทั้งหลายที่จัดให้มีขึ้นนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกในการติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติการควบคุมภายในนั้นอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัตินั้นยังมีความเหมาะสมอยู่กับการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่า การเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงของธุรกิจ และความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป อาจต้องมีการปรับปรุงการควบคุมภายในให้เหมาะสมด้วย(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การควบคุม หมายถึง การติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด ทำให้การควบคุมเป็นกิจกรรมจำเป็นที่องค์กรจะต้องจัดให้มีทุกระดับในการดำเนินงานที่เหมาะสม องค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งได้ 3 ระดับเช่นกัน 1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหาร อาทิ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค เป็นต้น2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ตลาดคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร การประเมินสภาพคลิ่งของกิจการแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้ 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท -การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การควบคุมเป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กรให้ดำเนินเป็นไปตามเป้าหมายโดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
หากเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุม ดังต่อไปนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปกุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม ต้องพิจารณา ตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้าง มีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้าน พิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับ การกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนผลการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดี อาทิ ทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจน3.การวัดผลการปฎิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย นำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (4.1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (4.2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (4.3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมายผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมายเช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไขผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กรบุญธิดา กะตะศิลา 12590043
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น (นางสาวเบญญาภา กรีรถ12590044)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
2.หากท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรท่านจะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุมอย่างไรตอบ : ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปนางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปนางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน 1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้นนางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กรรัญชริดา มะนุ่น 12590067
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆนายนภนต์ เจียรนัย 12590040
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน 1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงานวชิราพร คำกอง 12590068
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(น.ส.คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท-การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน(สิริกร ราชมณี 12590084)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมายผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมายเช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไขผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร 2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง 4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่ (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมายเช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน 4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป(สมภพ ขุนทรง 12590079)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้นวัชระ จริยสุขสกุล 071
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้นธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
ตอบลบ2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
(นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
ตอบลบ1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้น
(อารียา ปานทอง 12590109)
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
(วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
-การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
(ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข
ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)
2
ตอบลบการควบคุมงาน (Controlling) การควบคุมงานเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม แผนและเป้าหมาย หรือข้อตกลงตามที่กำหนดไว้หรือไม่
วัตถุประสงค์ของการควบคุมงาน ในการควบคุมงานนั้น มีวัตถุประสงค์สรุปได้ดังนี้
1 เพื่อสร้างมาตรฐานของงานในองค์การ
2 เพื่อสร้างมาตรฐานในการควบคุมดูแลรักษาและป้องกันทรัพย์สินขององค์การมิให้สูญหาย
3 เพื่อรักษาและควบคุมคุณภาพของผลผลิตและหรือบริการให้ได้มาตรฐาน
4 เพื่อให้มีการกำหนดขอบเขตของเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะเพื่อป้องกันความเสียหาย
5 เพื่อวัดและตรวจสอบความก้าวหน้าของงานตามที่องค์การรับผิดชอบอยู่
6 เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การ
ประเภทของการควบคุมงาน การควบคุมงานแบ่งได้เป็น 4 ประเภทคือ
1 การควบคุมด้านปริมาณงาน (Quantity of Work)
2 การควบคุมด้านคุณภาพงาน (Quanlity of Work)
3 การควบคุมด้านเวลา (Time of Complete Work)
4 การควบคุมด้านค่าใช้จ่าย (Cost of Work)
หลักการในการควบคุมงาน
1. การควบคุมจะต้องสะท้อน (Reflect)
2. การควบคุมงานจะต้องรายงานการเบี่ยงเบน (Deviation)
3. การควบคุมจะต้องเป็นการมองไปข้างหน้า (Foresight)
4. การควบคุมจะต้องสามารถชี้ระบุข้อบกพร่องได้อย่างชัดแจ้ง
5. การควบคุมจะต้องวัดและทดสอบได้
6. การควบคุมจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่น (Flexibility)
7. การควบคุมจะต้องสะท้อนให้เห็นโครงสร้างขององค์การ (Organization structure or pattern)
8. การควบคุมจะต้องเป็นไปในลักษณะประหยัด (Economical)
9. การควบคุมจะต้องเป็นที่เข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติ (Understandable)
10. การควบคุมจะต้องนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง (Correcataction)
กระบวนการควบคุมงาน จะต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้
1 การกำหนดเกณฑ์และมาตรฐานสำหรับการ
2 มีการวัดหรือนับผลการปฏิบัติงานที่ดำเนินไป
3 การเปรียบเทียบผลงานกับมาตรฐานที่กำหนดไว้
4 การประเมินผลงาน ขั้นนี้เป็นการพิจารณาคุณค่าของผลงาน
5 ปรับปรุงแก้ไขผลแตกต่างจากเกณฑ์และมาตรฐานให้ถูกต้อง
มาตรการในการควบคุม
1 หน่วยงานราชการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม อาจใช้มาตรการในการควบคุมงาน
2 องค์การรัฐวิสาหกิจ เช่น การใช้ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และองค์การ ร.ส.พ.
3 หน่วยงานธุรกิจเอกชน เช่นบริษัท ห้างหุ้นส่วน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และร้านค้า
เทคนิคและวิธีการควบคุมงาน เทคนิคและวิธีการควบคุมงานมีดังนี้
1 การควบคุมงานโดยงบประมาณ (The budget as a control device)
2 การควบคุมงานโดยใช้เทคนิค MBO (Management by Objective as a Control device)
3 การควบคุมงานโดยใช้ห้องปฏิบัติการ (Operation room as a Control device)
4 การควบคุมงานโดยกำหนดมาตรฐานงาน (Standardization as a Control device)
5 การควบคุมงานโดยวิธีการตรวจเยี่ยม (Visiting as a Control device)
6 การควบคุมงานโดยวิธีให้เสนอรายงาน (Reporting as a Control device)
7 การควบคุมงานโดยใช้ PERT
การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluatiun)
1 การใช้ระบบการเรียงลำดับผลงานด้วยคุณธรรม (Systematic Merit rating Procedures)
2 การใช้มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standards)
3 ความเห็นของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา (Peer and Subordinateratings)
4 การประเมินค่าโดยกลุ่มหรือคณะกรรมการ (Group or committee appraisal)
(สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
(นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)
ข้อที่ 2
ตอบลบแนวทางการควบคุมภายในองค์กร
1. สภาพแวดล้อม ในการควบคุม (control environment) การควบคุมภายในประเภทนี้ ถือเป็นพื้นฐานของการควบคุมภายในอื่น ๆ ในองค์กร การควบ คุมในขั้นนี้ เพื่อสร้างระเบียบวินัยด้านการควบคุมภายในให้แก่ทุกคนในองค์กร และการจัดให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการควบคุมภายใน ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างฐานการควบคุมภายในที่มั่นคง
2. การประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ความเสี่ยง คือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอกหรือภายในองค์กรก็ได้ โดยเฉพาะในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลาของเศรษฐกิจ ตลาด กฎระเบียบ ทำให้ความเสี่ยงเกิดมีมากขึ้น ดังนั้น การที่องค์กรบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้มีการเตรียมการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทันท่วงที
3. กิจกรรมการควบคุม (control activities) กิจกรรมการควบคุมช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า นโยบายและกระบวนการเกี่ยวกับการควบคุมภาย ใน ที่ผู้บริหารกำหนดขึ้นนั้น ได้มีการนำไปปฏิบัติตามภายในองค์กรอย่างทั่วถึง นอกจากนี้กิจกรรมการควบคุมยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าองค์กรมีกิจกรรมที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น กิจกรรมการควบคุมควรกำหนดให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ประเมินได้
4. ข้อมูลและการสื่อสาร (information and communication) การควบคุมภายในที่ดีจะเกิดขึ้นได้ เมื่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้นได้มีการบ่งชี้ รวบรวมและชี้แจงให้แก่บุคคลที่ควรรับทราบ โดยผ่านทางรูปแบบและเวลาการสื่อสารที่เหมาะสม ข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อการทำธุรกิจนั้น อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ โดยแหล่งข้อมูลอาจมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร เช่น ข้อมูลทางเศรษฐกิจ สภาพตลาด เป็นต้น
5. การติดตาม (monitoring) การควบคุมภายในทั้งหลายที่จัดให้มีขึ้นนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกในการติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติการควบคุมภายในนั้นอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัตินั้นยังมีความเหมาะสมอยู่กับการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่า การเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงของธุรกิจ และความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป อาจต้องมีการปรับปรุงการควบคุมภายในให้เหมาะสมด้วย
(อรณิชา ศรีสมัย 12590102)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
(ณัฐฌา ปักกัง 12590019)
การควบคุม หมายถึง การติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด ทำให้การควบคุมเป็นกิจกรรมจำเป็นที่องค์กรจะต้องจัดให้มีทุกระดับในการดำเนินงานที่เหมาะสม องค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งได้ 3 ระดับเช่นกัน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหาร อาทิ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค เป็นต้น
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ตลาดคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร การประเมินสภาพคลิ่งของกิจการแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น
(ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
-การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)
การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)
การควบคุมเป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กรให้ดำเนินเป็นไปตามเป้าหมายโดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)
หากเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุม ดังต่อไปนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
กุลปริยา แย้มเกษร 12590005
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม ต้องพิจารณา ตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้าง มีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้าน พิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับ การกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนผลการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดี อาทิ ทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจน
3.การวัดผลการปฎิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย นำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4.1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4.2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4.3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
(นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
ตอบลบ1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร
(นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข
ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
ตอบลบ1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร
บุญธิดา กะตะศิลา 12590043
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
ตอบลบ2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
(นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
ตอบลบ(นางสาวเบญญาภา กรีรถ12590044)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
(นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)
2.หากท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรท่านจะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุมอย่างไร
ตอบลบตอบ : ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
ตอบลบ1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้น
นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
ตอบลบ1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร
รัญชริดา มะนุ่น 12590067
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
ตอบลบ2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
นายนภนต์ เจียรนัย 12590040
ตอบลบการควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ
ตอบลบการควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน
วชิราพร คำกอง 12590068
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)
ตอบลบถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ชนาวาส บัววงค์ 12590013)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(น.ส.คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบ1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
(ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
(น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)
การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
ตอบลบ1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
-การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
-การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
-การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
(สิริกร ราชมณี 12590084)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข
ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)
1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
ตอบลบ2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
(4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
(4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
(4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
(วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)
ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข
ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)
ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
ตอบลบ1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
- การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
- การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
- การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
(สมภพ ขุนทรง 12590079)
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
วัชระ จริยสุขสกุล 071
การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
ตอบลบผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036