วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2562

2.หากท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรท่านจะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุมอย่างไร

56 ความคิดเห็น:

  1. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
    น.ส.วราภรณ์ ขันสมบัติ 12590069

    ตอบลบ
  2. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (นางสาวสิริรัตน์ ศิริพรทุม 12590086)

    ตอบลบ
  3. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (ชนกนาฎ สหทรัพย์เจริญ 12590012)

    ตอบลบ
  4. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
    (นางสาวอัมรินทร์ เกมอ 12590105)

    ตอบลบ
  5. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้น
    (อารียา ปานทอง 12590109)

    ตอบลบ

  6. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
    (วิลาสินี เกตุแก้ว 12590073)

    ตอบลบ
  7. การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
    -การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    -การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
    -การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
    (ปิยาภรณ์ ชินวงค์พรหม 12590051)

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ20 กันยายน 2562 เวลา 07:56

    ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
    องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า

    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
    ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม

    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
    เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ

    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร

    5. การปรับปรุงแก้ไข
    ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป

    (อภิษฐา เนียมศิริ 12590101)

    ตอบลบ
  9. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
    2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (นางสาวศศิประภา ผาดศรี 12590075)

    ตอบลบ
  10. 2
    การควบคุมงาน (Controlling) การควบคุมงานเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานว่าเป็นไปตาม แผนและเป้าหมาย หรือข้อตกลงตามที่กำหนดไว้หรือไม่
    วัตถุประสงค์ของการควบคุมงาน ในการควบคุมงานนั้น มีวัตถุประสงค์สรุปได้ดังนี้
    1 เพื่อสร้างมาตรฐานของงานในองค์การ
    2 เพื่อสร้างมาตรฐานในการควบคุมดูแลรักษาและป้องกันทรัพย์สินขององค์การมิให้สูญหาย
    3 เพื่อรักษาและควบคุมคุณภาพของผลผลิตและหรือบริการให้ได้มาตรฐาน
    4 เพื่อให้มีการกำหนดขอบเขตของเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะเพื่อป้องกันความเสียหาย
    5 เพื่อวัดและตรวจสอบความก้าวหน้าของงานตามที่องค์การรับผิดชอบอยู่
    6 เพื่อใช้สำหรับเป็นข้อมูลประกอบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรในองค์การ
    ประเภทของการควบคุมงาน การควบคุมงานแบ่งได้เป็น 4 ประเภทคือ
    1 การควบคุมด้านปริมาณงาน (Quantity of Work)
    2 การควบคุมด้านคุณภาพงาน (Quanlity of Work)
    3 การควบคุมด้านเวลา (Time of Complete Work)
    4 การควบคุมด้านค่าใช้จ่าย (Cost of Work)
    หลักการในการควบคุมงาน
    1. การควบคุมจะต้องสะท้อน (Reflect)
    2. การควบคุมงานจะต้องรายงานการเบี่ยงเบน (Deviation)
    3. การควบคุมจะต้องเป็นการมองไปข้างหน้า (Foresight)
    4. การควบคุมจะต้องสามารถชี้ระบุข้อบกพร่องได้อย่างชัดแจ้ง
    5. การควบคุมจะต้องวัดและทดสอบได้
    6. การควบคุมจะต้องมีลักษณะยืดหยุ่น (Flexibility)
    7. การควบคุมจะต้องสะท้อนให้เห็นโครงสร้างขององค์การ (Organization structure or pattern)
    8. การควบคุมจะต้องเป็นไปในลักษณะประหยัด (Economical)
    9. การควบคุมจะต้องเป็นที่เข้าใจแก่ผู้ปฏิบัติ (Understandable)
    10. การควบคุมจะต้องนำไปสู่การแก้ไขที่ถูกต้อง (Correcataction)
    กระบวนการควบคุมงาน จะต้องประกอบด้วยลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้
    1 การกำหนดเกณฑ์และมาตรฐานสำหรับการ
    2 มีการวัดหรือนับผลการปฏิบัติงานที่ดำเนินไป
    3 การเปรียบเทียบผลงานกับมาตรฐานที่กำหนดไว้
    4 การประเมินผลงาน ขั้นนี้เป็นการพิจารณาคุณค่าของผลงาน
    5 ปรับปรุงแก้ไขผลแตกต่างจากเกณฑ์และมาตรฐานให้ถูกต้อง
    มาตรการในการควบคุม
    1 หน่วยงานราชการ เช่น กระทรวง ทบวง กรม อาจใช้มาตรการในการควบคุมงาน
    2 องค์การรัฐวิสาหกิจ เช่น การใช้ไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และองค์การ ร.ส.พ.
    3 หน่วยงานธุรกิจเอกชน เช่นบริษัท ห้างหุ้นส่วน ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า และร้านค้า
    เทคนิคและวิธีการควบคุมงาน เทคนิคและวิธีการควบคุมงานมีดังนี้
    1 การควบคุมงานโดยงบประมาณ (The budget as a control device)
    2 การควบคุมงานโดยใช้เทคนิค MBO (Management by Objective as a Control device)
    3 การควบคุมงานโดยใช้ห้องปฏิบัติการ (Operation room as a Control device)
    4 การควบคุมงานโดยกำหนดมาตรฐานงาน (Standardization as a Control device)
    5 การควบคุมงานโดยวิธีการตรวจเยี่ยม (Visiting as a Control device)
    6 การควบคุมงานโดยวิธีให้เสนอรายงาน (Reporting as a Control device)
    7 การควบคุมงานโดยใช้ PERT
    การประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Evaluatiun)
    1 การใช้ระบบการเรียงลำดับผลงานด้วยคุณธรรม (Systematic Merit rating Procedures)
    2 การใช้มาตรฐานการปฏิบัติงาน (Performance Standards)
    3 ความเห็นของเพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา (Peer and Subordinateratings)
    4 การประเมินค่าโดยกลุ่มหรือคณะกรรมการ (Group or committee appraisal)
    (สุรีรัตน์ ศักดิ์ภิรมย์ 12590954)

    ตอบลบ
  11. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
    2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป (อังคณา พิทักษ์สุข 12590104)

    ตอบลบ
  12. การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (นางสาวกชกร เดชกำแหง 12590001)

    ตอบลบ

  13. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
    (นางสาวสิตานัน หรุ่นทอง 12590082)

    ตอบลบ
  14. ข้อที่ 2
    แนวทางการควบคุมภายในองค์กร
    1. สภาพแวดล้อม ในการควบคุม (control environment) การควบคุมภายในประเภทนี้ ถือเป็นพื้นฐานของการควบคุมภายในอื่น ๆ ในองค์กร การควบ คุมในขั้นนี้ เพื่อสร้างระเบียบวินัยด้านการควบคุมภายในให้แก่ทุกคนในองค์กร และการจัดให้มีโครงสร้างที่เหมาะสมต่อการควบคุมภายใน ดังนั้นผู้บริหารระดับสูงจึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างฐานการควบคุมภายในที่มั่นคง
    2. การประเมินความเสี่ยง (risk assessment) ความเสี่ยง คือเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของธุรกิจ ความเสี่ยงเหล่านี้อาจเกิดจากสาเหตุภายนอกหรือภายในองค์กรก็ได้ โดยเฉพาะในการดำเนินธุรกิจปัจจุบัน ภายใต้การเปลี่ยนแปลงอย่างตลอดเวลาของเศรษฐกิจ ตลาด กฎระเบียบ ทำให้ความเสี่ยงเกิดมีมากขึ้น ดังนั้น การที่องค์กรบ่งชี้และประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง ก็จะช่วยให้มีการเตรียมการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ทันท่วงที
    3. กิจกรรมการควบคุม (control activities) กิจกรรมการควบคุมช่วยให้องค์กรมั่นใจได้ว่า นโยบายและกระบวนการเกี่ยวกับการควบคุมภาย ใน ที่ผู้บริหารกำหนดขึ้นนั้น ได้มีการนำไปปฏิบัติตามภายในองค์กรอย่างทั่วถึง นอกจากนี้กิจกรรมการควบคุมยังช่วยสร้างความมั่นใจว่าองค์กรมีกิจกรรมที่เหมาะสมในการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น กิจกรรมการควบคุมควรกำหนดให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ประเมินได้
    4. ข้อมูลและการสื่อสาร (information and communication) การควบคุมภายในที่ดีจะเกิดขึ้นได้ เมื่อข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานนั้นได้มีการบ่งชี้ รวบรวมและชี้แจงให้แก่บุคคลที่ควรรับทราบ โดยผ่านทางรูปแบบและเวลาการสื่อสารที่เหมาะสม ข้อมูลที่มีประโยชน์เพื่อการทำธุรกิจนั้น อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวกับการดำเนินงาน การเงิน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบต่าง ๆ โดยแหล่งข้อมูลอาจมาจากภายในหรือภายนอกองค์กร เช่น ข้อมูลทางเศรษฐกิจ สภาพตลาด เป็นต้น
    5. การติดตาม (monitoring) การควบคุมภายในทั้งหลายที่จัดให้มีขึ้นนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีกลไกในการติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่าได้มีการปฏิบัติการควบคุมภายในนั้นอย่างสม่ำเสมอ และการปฏิบัตินั้นยังมีความเหมาะสมอยู่กับการดำเนินธุรกิจและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพราะอย่าลืมว่า การเปลี่ยนแปลงอาจมีผลกระทบต่อความเสี่ยงของธุรกิจ และความเสี่ยงที่เปลี่ยนไป อาจต้องมีการปรับปรุงการควบคุมภายในให้เหมาะสมด้วย
    (อรณิชา ศรีสมัย 12590102)

    ตอบลบ
  15. การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
    (ณัฐฌา ปักกัง 12590019)

    ตอบลบ
  16. การควบคุม หมายถึง การติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด ทำให้การควบคุมเป็นกิจกรรมจำเป็นที่องค์กรจะต้องจัดให้มีทุกระดับในการดำเนินงานที่เหมาะสม องค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งได้ 3 ระดับเช่นกัน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหาร อาทิ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค เป็นต้น
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ตลาดคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร การประเมินสภาพคลิ่งของกิจการแต่ละช่วงเวลา เป็นต้น
    (ปวีณา เกตุแย้ม 12590047)

    ตอบลบ
  17. การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (นางสาวปรมาพร สิงขรรัตน์ 12590046)

    ตอบลบ
  18. การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
    -การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    -การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
    -การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน (ศุภิสรา นรินยา 12590717)

    ตอบลบ
  19. การควบคุม เป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ขององค์กร เพื่อให้ผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนด กระบวนการควบคุมประกอบไปด้วยขั้นตอน ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลปฏิบัติงาน ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย ได้แก่ การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (นางสาวอรวี ศรีวิโน 12590103)

    ตอบลบ
  20. การควบคุมเป็นการติดตามตรวจสอบการทำงานในส่วนต่างๆขององค์กรให้ดำเนินเป็นไปตามเป้าหมายโดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (ศศิพิมพ์ ชัยกุลพัฒนา 12590076)

    ตอบลบ
  21. หากเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กร จะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุม ดังต่อไปนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป

    กุลปริยา แย้มเกษร 12590005

    ตอบลบ
  22. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม ต้องพิจารณา ตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้าง มีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้าน พิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับ การกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนผลการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดี อาทิ ทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจน
    3.การวัดผลการปฎิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย นำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4.1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4.2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4.3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
    (นางสาวกรกนก จันทร์พันธุ์ 12590003)

    ตอบลบ
  23. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร
    (นางสาวภิตติมาตุ์ เอื้ออรุณชัย 12590062)

    ตอบลบ
  24. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
    องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
    ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
    เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข
    ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (ภัทรานิษฐ์ กุญแจทอง 12590059)

    ตอบลบ
  25. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (สุรีรัตน์ สระเกตุ 12590098)

    ตอบลบ
  26. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร
    บุญธิดา กะตะศิลา 12590043

    ตอบลบ
  27. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
    (นางสาวณัฐฐา จินตกวีพันธุ์ 12590020)

    ตอบลบ
  28. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
    (นางสาวเบญญาภา กรีรถ12590044)

    ตอบลบ
  29. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร(นางสาวชัชญาณ์ณัฐ ภูวิศภัทรนนท์ 12590110)

    ตอบลบ
  30. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (นางสาวณัฐพร ทองปลิว 12590024)

    ตอบลบ
  31. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (นางสาวพัชรา จูเอี่ยม 12590054)

    ตอบลบ
  32. การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน และการเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน
    (นายสิทธิชัย พ่อค้าเรือ 12590083)

    ตอบลบ
  33. 2.หากท่านเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรท่านจะวางแนวทางการควบคุมภายในองค์กรแต่ละระดับตามกระบวนการควบคุมอย่างไร
    ตอบ : ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    นางสาวสุดารัตน์ สุขสาม (รหัส 12590090)

    ตอบลบ
  34. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    นางสาว ดวงหทัย โฉมมา 12590029

    ตอบลบ
  35. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน เป็นต้น
    นางสาวภัทราพร ผังรักษ์ 12590061

    ตอบลบ
  36. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร

    รัญชริดา มะนุ่น 12590067

    ตอบลบ
  37. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ

    นายนภนต์ เจียรนัย 12590040

    ตอบลบ

  38. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร

    (นางสาว สรัสนันท์ บุญมี 12590080)

    ตอบลบ
  39. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ

  40. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงานและทุกระดับบริหาร เมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับ การควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกัน
    1.ระดับการควบคุมกลยุทธ์ เพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินไปตามที่ประสงค์ การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆ ในภาพรวมขององค์กร
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมแผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆขององค์กร ตัวอย่างของข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้แก่ ส่วนแบ่งตลาดของคู่แข่ง นโยบายราคาของคู่แข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การควบคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน
    วชิราพร คำกอง 12590068

    ตอบลบ
  41. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป

    (ณัฐชัญญา ปรินจิตต์ 12590896)

    ตอบลบ
  42. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (อภัสสร ปูชนียกุล 12590100)

    ตอบลบ
  43. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (นางสาวสุชานรี เวียนมานะ 12590089)

    ตอบลบ

  44. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (ชนาวาส บัววงค์ 12590013)

    ตอบลบ
  45. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก
    2.การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (น.ส.คณภัทร์ ศิริโยธิน 12590108)

    ตอบลบ
  46. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร
    (ณัฐนพิน ชินวัฒนา 12590021)

    ตอบลบ
  47. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    1.การควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว
    2.การควบคุมระดับยุทธวิธี เป็นการควบคุมเเผนเชิงยุทธวิธีขององค์กร ซึ่งอาจเน้นที่ฝ่ายงานหลักๆ ขององค์กร ตัวอย่างของข้อมุลที่จำเป็นต้องใช้ในการควบคุมระดับยุทธวิธี ได้เเก่ ตลาดคู่เเข่ง นโยบายราคาของคู่เเข่ง
    3.การควบคุมระดับปฏิบัติการ เป็นการควบคุมแผนปฏิบัติการของเเต่ละหน่วยงานในองค์กร เช่น การคุมอัตราการสูญเสียในการผลิตของโรงงาน การควบคุมสื่อโฆษณาเเละข่าวประชาสัมพันธ์ขององค์กร

    (ศิฌาวี เรือนปัญจะ 12590078)

    ตอบลบ
  48. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
    (น.ส.ดารารัตน์ ดาสาลี 12590030)

    ตอบลบ
  49. การควบคุมภายใน หมายถึง กระบวนการที่ผู้กำกับดูแลฝ่ายบริหารและบุคลากรทุกระดับกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้มีความมั่นใจอย่างสมเหตุสมผลว่าการดำเนินงานจะบรรลุผลสำเร็จ การพิจารณาในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการควบคุมในผู้บริหารควรมีแนวทางขั้นตอนต่อไปนี้
    1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องควบคุม ต้องพิจารณาว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการควบคุมในด้านใดบ้าง และกำหนดความถี่ในการควบคุม กำหนดผู้รับผิดชอบรวมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุม
    2.การกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมาย โดยทำการกำหนดให้ชัดเจนก่อนที่จะทำการปฏิบัติงาน ข้อดีคือจะทำให้พนักงานทราบความคาดหวังขององค์กรชัดเจน
    3.การวัดผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐานหรือเป้าหมาย สามารถแบ่งออกเป็น3ประเภท
    -การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    -การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานอุตสาหกรรมเดียวกัน
    -การเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5.การปรับปรุงแก้ไข กรณีที่ผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่คาดไว้ ผู้บริหารควรหาสาเหตุและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นเพื่อทำการปรับปรุงกระบวนการทำงาน

    (สิริกร ราชมณี 12590084)

    ตอบลบ
  50. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
    องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า

    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
    ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม

    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
    เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ

    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร

    5. การปรับปรุงแก้ไข
    ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป


    ( ศศิมา ปานชงค์ 12590077)

    ตอบลบ
  51. 1.การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาตัดสินใจว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องการการควบคุมในด้านใดบ้างมีระบบหรือเครื่องมืออะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้ในการควบคุมพร้อมทั้งกำหนดความถในการควบคุมกำหนดบุคคลที่รับผิดชอบในการควบคุมแต่ละด้านพิจารณาความเหมาะสมในการใช้ระบบการควบคุมซึ่งโดยปกติแล้วองค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นลำดับแรกเช่นการควบคุมคุณภาพสินค้าทั้งนี้การควบคุมงานบางด้านที่สำคัญแต่หากผู้บริหารไม่ถนัดหรือขาดความรู้ขาดประสบการณ์ในการใช้ระบบการควบคุมผู้บริหารก็อาจละเลยการนำระบบการควบคุมมาใช้เช่นระบบการควบคุมทางการเงินตัวอย่างซึ่งเห็นได้ชัดจากวิกฤตเศรษฐกิจของไทยในปีพ. ศ. 2540 คือการขาดระบบการควบคุมทางการเงินที่มีประสิทธิภาพในหน่วยงานและองค์กรธุรกิจมากมายจึงทำให้ปัญหาลุกลามใหญ่โตจนกลายเป็นวิกฤตระดับชาติในที่สุดดังนั้นผู้บริหารจึงจำเป็นต้องกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมโดยรอบคอบตามเหตุผลและความจำเป็นเพื่อประโยชน์และความสำเร็จขององค์กร
    2.การกำหนดมาตรฐานเป้าหมายเมื่อกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายของผลที่ประสงค์จะได้รับการกำหนดมาตรฐานหรือเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนก่อนการปฏิบัติงานจะก่อให้เกิดข้อดีหลายประการอาทิทำให้พนักงานทราบความคาดหวังอย่างชัดเจนช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบผลการทำงานได้ทันทีเมื่อมีความผิดปกติทำให้องค์กรรับทราบศักยภาพและข้อจำกัดของทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานเช่นความสามารถของบุคลากรที่มีอยู่ขององค์กรว่าสามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพหรือไม่เป็นต้นมาตรฐานการดำเนินงานสามารถกำหนดได้หลายวิธีผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารเองซึ่งน่าจะเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ตรงหรืออาจกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติเช่นในการซ่อมบำรุงระบบคอมพิวเตอร์ขององค์กรผู้จำหน่ายระบบคอมพิวเตอร์มักจะมีมาตรฐานทางสถิติกำหนดร้อยละความมั่นใจที่ระบบคอมพิวเตอร์จะใช้งานได้เป็นปกติหากมีการตรวจสอบและซ่อมบำรุงตามกำหนดเป็นต้นหรืออาจใช้มาตรฐานทางวิศวกรรมซึ่งเป็นอีกมาตรฐานหนึ่งที่นิยมใช้เช่นในอุตสาหกรรมการบินจะกำหนดระยะเวลาในการซ่อมบำรุงและการเปลี่ยนอะไหล่ต่างๆตามมาตรฐานทางวิศวกรรมเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าการทำงานของเครื่องบินจะเป็นไปตามมาตรฐานทางวิศวกรรมและไม่เกิดการขัดข้องในระหว่างทำการบินเป็นต้น
    3.การวัดผลการปฏิบัติงานการวัดผลการปฏิบัติงานเป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผลผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งานนอกจากนี้อุปกรณ์เครื่องมือบางชนิดอาจจำเป็นต้องนำไปปรับค่าเทียบวัด (Calibrate) เพื่อให้สามารถวัดผลได้ความเที่ยงตรง
    4.การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน / เป้าหมายหลังจากการวัดผลการปฏิบัติงานแล้วผู้บริหารจำเป็นต้องนำผลที่ได้รับมาเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าโดยการเปรียบเทียบระหว่างผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายหรือมาตรฐานสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ได้แก่
    (4. 1) การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มและทิศทางของผลงานเมื่อเปรียบเทียบกับผลงานในอดีต
    (4. 2) การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรมเพื่อให้ทราบระดับความสามารถในการดำเนินงานขององค์กรเมื่อเทียบกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน
    (4. 3) การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหารเพื่อให้มองเห็นระดับความสามารถขององค์กรในการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด
    5.การปรับปรุงแก้ไขในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามมาตรฐานหรือเป้าหมายที่กำหนดผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไปแต่ในกรณีที่ผลที่เกิดขึ้นน้อยกว่าหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานเป้าหมายที่คาดไว้ควรมีการค้นหาสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขที่ต้นเหตุนั้นอยู่เสมอผู้บริหารอาจจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานปรับปรุงปัจจัยการผลิตทดสอบความเที่ยงตรงของวิธีการวัดผลนอกจากนี้ในกรณีที่จำเป็นและมีเหตุผลอันสมควรอาจต้องปรับเปลี่ยนมาตรฐานหรือเป้าหมายให้สอดคล้องกับระดับความสามารถที่แท้จริงในการปฏิบัติงานนั้นๆ
    (วริศ เอี๊ยวชัยพร 070)

    ตอบลบ
  52. ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะมีการวางแนวทางการควบคุม ดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม
    องค์กรมักจะให้ความสำคัญกับงานที่มีผลต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่นการควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย
    ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจากดุลยพินิจของผู้บริหารหรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน
    เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมเพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    เช่น การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข
    ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (นางสาวเอเซีย พิทยาพละ 12590112)

    ตอบลบ
  53. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป
    (ธนพล โชครัตน์ประภา 12590033)

    ตอบลบ
  54. ถ้าเป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรจะวางแนวทางการควบคุมประสิทธิภาพกำหนดมาตรฐาน/เป้าหมาย โดยพิจารณากระบวนการในแต่ละระดับดังนี้
    1. การกำหนดขอบเขตและสิ่งที่ต้องการควบคุม องค์กรมักจะให้ความสำคัญต่อความสำคัญกับงานที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก เช่น การควบคุมคุณภาพสินค้า
    2. การกำหนดมาตรฐานและเป้าหมาย ผู้บริหารอาจกำหนดมาตรฐานในการปฏิบัติงานจริงจาก ดุลยพินิจของผู้บริหาร หรือกำหนดจากมาตรฐานทางสถิติหรือมาตรฐานทางวิศวกรรม
    3. การวัดผลการปฏิบัติงาน เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นทำ เป็นขั้นตอนต่อไปในกระบวนการควบคุมที่ผู้บริหารจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนและเป็นธรรม เพื่อให้ได้รับผลที่เที่ยงตรงถูกต้องและได้รับความเชื่อถือ ในบางกรณีที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะด้านเพื่อใช้ในการวัดผล ผู้บริหารจำเป็นต้องจัดหาให้เหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้งาน
    4. การเปรียบเทียบผลกับมาตรฐาน/เป้าหมาย
    - การเปรียบเทียบกับผลการดำเนินงานในอดีต
    - การเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรือมาตรฐานของอุตสาหกรรม
    - การเปรียบเทียบกับเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนดโดยฝ่ายบริหาร
    5. การปรับปรุงแก้ไข ผู้บริหารควรเก็บบันทึกผลเพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาพัฒนากระบวนการควบคุมต่อไป

    (สมภพ ขุนทรง 12590079)

    ตอบลบ
  55. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น

    วัชระ จริยสุขสกุล 071

    ตอบลบ
  56. การควบคุมเป็นกิจกรรมซึ่งองค์กรจำเป็นต้องจัดให้มีในทุกระดับของการทำงาน และทุกระดับของผู้บริหารเพื่อให้มั่นใจว่าทุกระดับขององค์กรมีการควบคุมการดำเนินงานที่เหมาะสมดังนั้นเมื่อองค์กรโดยทั่วไปแบ่งระดับผู้บริหารและระดับของแผนงานออกเป็น 3 ระดับการควบคุมก็สามารถแบ่งออกได้ 3 ระดับเช่นกันเพื่อให้สอดคล้องกับระดับของผู้บริหารและระดับของแผนงาน
    ผู้บริหารระดับสูงจะอาศัยการควบคุมระดับกลยุทธ์ เมื่อผู้บริหารระดับสูงจัดทำแผนเชิงกลยุทธ์ขึ้นองค์กรจำเป็นต้องมีการควบคุมระดับกลยุทธ์เช่นเดียวกันเพื่อกำกับดูแลให้เป้าหมายและแผนงานที่กำหนดขึ้นดำเนินเป็นตามวัตถุประสงค์การควบคุมระดับกลยุทธ์จะครอบคลุมประเด็นต่างๆในภาพรวมขององค์กรเช่นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางการบริหารอาทิการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของ ภาครัฐ การปรับกลยุทธ์ของคู่แข่ง การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผู้บริโภค แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในระยะยาว ตลอดจนผลกระทบจากสภาพแวดล้อมต่างๆที่จะมีผลต่อแผนกลยุทธ์ขององค์กรในระยะยาวผู้บริหารขององค์กรมีหน้าที่นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามขอบเขตของการควบคุมระดับกลยุทธ์ในแต่ละองค์กรเช่นในบริษัทต่างๆผู้บริหารระดับสูงการจัดทำรายงานการควบคุมเชิงกลยุทธ์เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาและประเมินความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบการควบคุมของบริษัทเป็นต้น
    ธนสิทธิ์ อาจอ่อนศรี 12590036

    ตอบลบ